กูจะให้ของดีมึงเอาไว้ใช้! อิทธิปาฏิหาริย์ หลวงปู่สี วัดเขาถ้ำบุญนาค แม้อุจจาระกลายเป็นสีผึ้ง มีกลิ่นหอม อานุภาพเกินคณา สุดอัศจรรย์!

Loading...

หลวงปู่สี ฉนฺทสิริ ท่านเป็นชาวเมืองสุรินทร์ ท่านใช้ชีวิตเป็นหนุ่มอยู่หลายปีและรู้สึกเบื่อหน่ายทางโลก จึงได้อุปสมบทเมื่อปี พ.ศ. 2431 โดยมี พระครูธรรมขันธ์สุนทร เป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อบวชได้ระยะหนึ่งแล้ว ท่านจึงได้ย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่ ถ้ำเขาเสียบ เขตช่องแค อำเภอตาคลี เพราะก่อนบวชท่านเคยอยู่ในเขตนี้มาก่อน ก่อนที่จะมาอยู่ที่วัดเขาถ้ำบุญนาค อำเภอตาคลีนั้น หลวงปู่สีท่านอยู่ที่วัดหนองลมพุก อำเภอโนนสังข์ จังหวัดอุดรธานี ในปีพ.ศ. 2512 พระพระครูนิวิฐปริยัติคุณ พร้อมด้วยชาวบ้าน ได้พากันไปนิมนต์หลวงปู่ให้มาอยู่ที่วัดเขาถ้ำบุญนาค ในระยะแรกที่หลวงปู่มาอยู่ที่วัดเขาถ้ำบุญนาคนั้น ท่านจำพรรษาอยู่ที่กุฏิไม้ หลังเล็กๆหน้าปากทางขึ้นถ้ำ (ปัจจุบันรื้อไปแล้ว)

ในขณะนั้นคนในตลาดตาคลียังไม่ค่อยมีใครรู้จักหลวงปู่ และท่านก็ไม่ได้แสดงอิทธิฤทธิ์อันใดให้ใครรู้ วันหนึ่งๆท่านจะนั่งตะบันหมากฉัน การฉันหมากของท่านก็ไม่เหมือนใคร เพราะท่านไม่ได้ฉันเปลือกไม้ที่มีขายตามท้องตลาดเหมือนที่คนกินหมากทั่วไปซื้อมากิน หลวงปู่ท่านจะฉันแก่นไม้คูนแดงซึ่งจะมีคนตัดมาถวายตลอด ท่านจะนำมาฟันเป็นชิ้นๆ แล้วนำลงตำให้ละเอียดแล้วจึงฉันกับหมากแทนเปลือกไม้ กิจสงฆ์ของท่านที่ทำเป็นประจำก็คือ หลวงปู่ท่านจะสรงน้ำตอนประมาณบ่าย 3-4 โมงเย็นทุกวันและหลวงปู่จะตื่นนอนทำวัตรเช้าตอนตี 3 ทุกวันอีกเช่นกัน

บทสวดมนต์ที่หลวงปู่สวดเป็นประจำคือ บท “กรณียเมตสูตร” เป็นประจำ เรื่องมนต์นี้ พระอาจารย์ประเทือง เคยถามหลวงปู่ว่าสวดมนต์บทไหนดี หลวงปู่จะบอกว่า “ดีทุกบท” บทที่สำคัญ “กรณียเมตสูตร” ให้นั่งภาวนา ทำวัตรสวดมนต์อย่าให้ขาด ท่านได้มรณภาพเมื่อปี พ.ศ. 2520 ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รวมอายุได้ 128 ปี บวชพระมาได้ 89 พรรษา

ส่วนอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ ของท่านก้เป็นที่กล่าวถึงกันเป็นอย่างมาก วันนี้เราจะหยิบยกมาเป็นธรรมทานให้อ่านกันครับ
ยังไม่ไปจนกว่าโบสถ์จะเสร็จ

คนที่ใกล้ชิดหลวงปู่ มักจะได้ยินท่านพูดคนเดียวเสมอ ๆ ว่า “ยังไม่ไป ให้โบสถ์เสร็จเรียบร้อยก่อนถึงจะไป” ท่านพูดแบบนี้บ่อย ๆ ครั้ง เคยถามท่าน ท่านตอบว่า “เขาจะรับไปอยู่ด้วย(หมายถึงตาย)แต่ท่านขอผลัดให้โบสถ์เสียก่อน” ซึ่งเมื่อสร้างโบสถ์วัดเขาถ้ำบุญนาคเสร็จและทำการปิดทองฝังลูกนิมิตได้ไม่ นาน หลวงปู่สีท่านก็มรณภาพ ตามที่ท่านได้พูดไว้

หลวงปู่สีย่นระยะทางได้
ในการออกธุดงค์ของหลวงปู่นั้น หลายชายของท่านคนหนึ่ง เคยติดตามไปด้วย ได้เล่าให้ฟังว่า ขณะนั้นยังเป็นสามเณรได้ติดตามหลวงปู่ไปนมัสการพระพุทธบาทจังหวัดสระบุรี โดยค้างคืนที่พระพุทธบาท รุ่งเช้าพอฉันอาหารเช้าเสร็จเรียนร้อยแล้ว ปรากฏว่ามาถึงตาคลีเป็นเวลาฉันอาหารเพลพอดี ซึ่งระยะทางจากพระพุทธบาทมาถึงตาคลีให้เดินเก่งอย่างไร ก็ไม่สามารถที่จะเดินถึงได้ ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวัน แต่หลวงปู่ท่านพาเดินได้

อุจจาระหลวงปู่สีเป็นขี้ผึ้ง
ในช่วงปลายปี ๒๕๑๙ หลวงปู่สีท่านป่วย คณะศิษย์ได้พาท่านไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลจังหวัดชัยนาทระหว่างที่ท่านรักษา ตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ท่านได้พูดกับลูกศิษย์ว่า ” กูจะให้ของดีมึงเอาไว้ใช้ ” แต่ก็ไม่มีใครรู้ได้ว่าท่านจะให้ของสิ่งใด ในวันต่อมาหลวงปู่สีท่านมีอาการท้องผูกอย่างแรง ท่านจึงบอกให้พระรักษ์สวนทวารท่าน เพื่ออุจจาระออกมา พระรักษ์จึงทำการสวนตามที่ท่านบอก เมื่ออุจจาระออกมาแล้วปรากฏว่าแทนที่จะมีกลิ่นเหม็นเหมือนของคนทั่วไป แต่กลับมีกลิ่นคล้ายกับสีผึ้ง พระรักษ์ได้ลองใช้มือบี้ดูต่อหน้าคนหลาย ๆ คน ปรากฏว่าเป็นสีผึ้ง ทางวัดจึงได้นำมาเก็บรักษาไว้ เมื่อท่านพระครูนิวิฐปริยัติคุณ( หลวงพ่อสมบูรณ์) ท่านจะทำสีผึ้งครั้งใด ท่านก็จะเอาสีผึ้งส่วนนี้มาผสมด้วยทุกครั้ง ผลปรากฏว่ามีอานุภาพมากมาย จึงเป็นที่ต้องการกันมาก ปัจจุบันทางวัดหมดไปนานแล้ว คงเหลืออยู่ไว้เพียงที่ผสมไว้เท่านั้น

คำบอกเล่าจาก นาย เพชร ปล้องทอง(ลุงแตง) อายุ ๗๓ ปี บ้านอยู่แถววัดเขาถ้ำบุญนาค มีศักดิ์เป็นเหลนหลวงปู่สี ถ่ายทอดประสบการณ์ในสมัยที่หลวงปู่สีท่านยังอยู่

ขอขอบคุณ ข้อมูลบางส่วนจาก วิกิพีเดีย

Loading...

comments

You May Also Like